|
ขอนแก่นระงับข้อพิพาทละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา |
|
|
|
|
Friday, 20 April 2012 |
|
นายสมศักดิ์ พานิชยกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เมื่อมีข้อพิพาทคดีทรัพย์สินทางปัญญาทั้งผู้เจ้าของและผู้ละเมิดไม่อยากขึ้นศาล หันมาใช้บริการของกรมฯเพื่อเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยมากขึ้น นับตั้งแต่ปี 2545 มีคนมาขอให้กรมมาช่วยไกล่เกลี่ยประมาณ 500 รายสามารถไกล่เกลี่ยได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ การระงับข้อพิพาทมีระยะเวลาสั้น มากกว่าการขึ้นศาล ลดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล โดยข้อพิพาทลิขสิทธิ์มากสุดเพราะมีผลงานออกมามาก รองลงมาเป็นการข้อพิพาทละเมิดเครื่องหมายการค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ เฉลี่ยเข้ามาสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยเดือนละกว่า 20 ราย
การละเมิดลิขสิทธิ์โดยเฉพาะในกลุ่มดนตรีเพลง ซึ่งซ้ำซ้อนทั้งเนื้อเพลง คำร้อง ทำนอง การเผยแพร่เพลง โดยเฉพาะเพลงไทย ซึ่งแตกต่างจากเพลงต่างประเทศที่มีระบบการจัดตั้งองค์กรตัวแทนจัดเก็บขึ้นในรูปแบบเดียวกันทั่วโลกทั้งลิขสิทธิ์ดนตรีและการเผยแพร่ แต่ของไทยยังไม่มี ทำให้เกิดกรณีพิพาทการเผยแพร่ ลิขสิทธิ์เพลงซ้ำซ้อน ทั้งในโรงภาพยนต์ โรงแรม ร้านอาหาร จะเห็นได้ว่าในโรงแรมส่วนใหญ่จะเปิดเพลงต่างประเทศมากกว่าเพลงไทย เพราะไม่ค่อยมีปัญหาจากการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์
อย่างไรก็ตามด้วยความที่ข้อปลีกย่อยและการเปิดกว้างของกฎหมายไทยด้านลิขสิทธิ์ ทำให้เปิดช่องทางให้เกิดการล่อซื้อของตัวแทนหรือผู้ซื้อลิขสิทธิ์ ซึ่งเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ หลายรายไม่อยากมีเรื่องมีราวก็ยอมจ่ายที่โรงพักทั้งที่บางครั้งไม่ได้ทำเป็นปกติแต่ถูกล่อซื้อเช่นเพลงในร้านอาหารหรือชาวบ้านที่ไม่ค่อยรู้เรื่องกฎหมาย โดยการพยายามให้เปิดพอเปิดก็จับกุม ต้องยอมจ่ายเพราะถ้าไม่ยอมก็เกรงว่าตำรวจจะมายึดเครื่องถึงขึ้นศาล
ส่วนใหญ่ที่ยื่นขอไกล่เกลี่ยจะเป็นฝ่ายโจทก์มากกว่า เนื่องจากเห็นว่าเสียเวลาเพราะกระบวนการทางศาลกว่าจะฟ้องร้องจบใช้เวลานานหลายปี การเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยเมื่อต่อรอง ตกลงกันได้ใช้เวลาไม่นาน พิจารณาตัดสินแค่ 90 - 180 วัน ความสูญเสียก็น้อยลง ขณะที่ฝ่ายจำเลยมีบ้างที่ขอใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยเนื่องจากเห็นว่า ถ้าเข้าสู่กระบวนการศาลเมื่อละเมิดจริงแพ้คดีถึงขึ้นปิดโรงงานและจะต้องมีด้านอาญาเข้ามาเกี่ยวข้อง ขั้นตอนไกล่เกลี่ยจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมลดความสูญเสียเวลา เงินทองซึ่งสูงมากหลักแสนหลักล้าน และที่สำคัญลดผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
"การใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยนอกจากจะลดค่าใช้จ่าย ลดทอนเวลาแล้ว ที่สำคัญข้อตกลงในกระบวนการนี้เป็นความลับคนอื่นไม่รู้ มีหลายคดีเป็นคนมีชื่อเสียงทำให้ไม่เกิดเรื่องฉาวโฉ่เสื่อมเสียชื่อเสียงได้"นายสมศักดิ์ กล่าวและว่าปัจจุบันการพัฒนาการทางเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้นวิธีการละเมิดก็ปรับเปลี่ยนตาม จึงต้องออกกฎหมายให้ทันสมัย เพลงหรือหนังแต่ก่อนเป็นแผ่น ต่อมาพัฒนาเป็นเทป เป็นซีดี ปัจจุบันแค่ทรัมป์ไดรท์ และจะมีการพัฒนาไปอีก การป้องปรามการละเมิดก็ต้องตามให้ทัน โดยเฉพาะยุคนี้ไปเร็วมาก จะเห็นจากเดิมที่ยังไม่มีการควบคุมก็จะขายกันทั่วไป แต่ปัจจุบันมีการจำกัดมากขึ้น แต่คนที่จะละเมิดก็มีวิธีการแยบยลยิ่งขึ้นเช่น กันเช่นการก็อปปี้หนัง เพลง การขายก็ยากขึ้นต้องแอบขายคล้ายกับการขายยาเสพติด
ที่มา เนชั่นทันข่าว Breaking News http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=629851
|