Discount Kamagra Canada
Cialis Online
How Much Does Cialis Cost
Very Cheap Viagra
Viagra Coupons
EnglishThai

การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์สำเนาหนังสือความท้าทายก้าวใหม่สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
Thursday, 15 August 2013
ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปัจจุบันผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และผู้ใช้งานเพลงเป็นจำนวนมากประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้และจ่ายค่าลิขสิทธิ์งานเพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่มีบุคคลหลายรายเข้ามาจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงซ้ำซ้อนกัน หรือมีการแอบอ้างจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์โดยบุคคลที่ไม่มีสิทธิ รวมทั้งค่าลิขสิทธิ์โดยผู้จัดเก็บหลายรายเมื่อรวมแล้วมีอัตราสูงจนผู้ประกอบการจำนวนมากโดยเฉพาะรายย่อยไม่สามารถแบกรับได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิในการ "เผยแพร่ต่อสาธารณชน" ซึ่งกฎหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ในเนื้อร้อง ทำนอง และการเรียบเรียงเสียงประสาน หรือที่เรียกตามศัพท์กฎหมายว่า "งานดนตรีกรรม" รวมถึงคุ้มครองเจ้าของลิขสิทธิ์ใน "สิ่งบันทึกเสียง" ซึ่งประกอบขึ้นเป็นงานเพลงนั่นเอง

อันที่จริงแล้ว กลไกการบริหารจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ใช้งานลิขสิทธิ์ทุกประเภททั้งสองฝ่าย ไม่มีเจ้าของลิขสิทธิ์งานเพลงคนไหนที่จะสามารถดูแลบริหารลิขสิทธิ์ของตนได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาตให้ใช้เพลงแก่สถานประกอบการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ สถานบันเทิงต่างๆ ทั่วประเทศและทั่วโลก หรือการติดตามตรวจสอบการใช้งานของตน ตลอดจนการตามเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ใช้ในทุกๆ หนแห่ง เว้นแต่เจ้าของลิขสิทธิ์ผู้นั้นจะเป็นเจ้าของงานเพลงจำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการแล้ว ถือว่า "คุ้ม"

เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นข้างต้นแล้ว เจ้าของลิขสิทธิ์ในทุกประเทศทั่วโลกต่างก็พึ่งพาบริการขององค์กรกลางที่เรียกว่า "องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์" ตามศัพท์ภาษาฝรั่งว่า "collective management organization" หรือ "collecting society" จะเห็นได้ว่าในต่างประเทศมีองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์สำหรับงานทุกประเภท และสำหรับสิทธิหลายๆ ประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่มีการใช้ประโยชน์พร้อมๆ กัน โดยผู้ใช้จำนวนมาก และเป็นการยากที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะติดตามดูแลบริหารสิทธิได้ด้วยตนเอง โดยปกติองค์กรสำหรับการใช้งานในแต่ละลักษณะ จะมีเพียงองค์กรเดียวหรือสองสามองค์กร ซึ่งเพียงพอที่จะดูแลบริหารจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่สร้างความซับซ้อนสับสนให้แก่ผู้ใช้งาน

การทำซ้ำงานวรรณกรรมเป็นอีกกรณีหนึ่งของการใช้ประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ที่ต้องการบริการขององค์กรจัดเก็บกลาง ทุกวันนี้มีการถ่ายเอกสาร การพิมพ์ การสแกน การทำซ้ำด้วยวิธีดิจิทัล หรือการจัดเก็บงานลิขสิทธิ์ในฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะโดยสถาบันศึกษาหรือวิจัย หรือบุคคลและหน่วยงานต่างๆ หรือการดาวน์โหลดข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เป็นต้น การกระทำลักษณะนี้ถือเป็นการทำซ้ำ ซึ่งเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์เช่นเดียวกับสิทธิเผยแพร่ต่อสาธารณชนที่กล่าวถึงข้างต้น หากแต่ทุกวันนี้ในประเทศไทย เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักวิชาการ ช่างเขียน ช่างภาพ หรือสำนักพิมพ์ ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในหนังสือ บทความ สิ่งพิมพ์ หรือรูปภาพประกอบในสิ่งพิมพ์นั้นยังไม่ได้รับประโยชน์จากการทำซ้ำเหล่านั้นเลย

ปัจจุบัน 83 ประเทศทั่วโลก มีองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์สำหรับการทำซ้ำที่เรียกว่า "Reproduction Right Organization" หรือเรียกโดยย่อว่า "RRO" ประเทศเหล่านั้นรวมประเทศที่พัฒนาแล้วในอเมริกาเหนือ ยุโรป และออสเตรเลีย ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุดในยุโรป อเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชีย อันรวมถึงเพื่อนบ้านในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมาองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ทำซ้ำสำหรับหนังสือและสิ่งพิมพ์ของประเทศสิงคโปร์ หรือ "CLASS" (The Copyright Licensing & Administration Society of Singapore Limited) ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี 2542 และเริ่มจัดเก็บครั้งแรกในปี 2545 สามารถจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ใช้ อาทิ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย สถาบันอาชีวศึกษา และโรงเรียนต่างๆ ได้ถึงราว 2,045,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์ หรือราว 1,267,038.41 ยูโร และเวียดนาม "VIETRRO" (Vietnam Reproduction Rights Organization) ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2554 และเริ่มจัดเก็บครั้งแรกในปี 2555 สามารถจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสาระ (content provider) จำนวน 403,500,000 ดงเวียดนาม หรือราว 14,518.31 ยูโร และขณะนี้ VIETRRO กำลังทำการสำรวจการใช้ในหน่วยงานต่างๆ เช่น โรงเรียน สถาบันอาชีพ ร้านถ่ายเอกสาร เป็นต้น ในขณะที่ "FILCOL" (Filipinas Copyright Licensing Society) ของฟิลิปปินส์ ซึ่งตั้งขึ้นภายหลังในปี 2551 และ "YRCI" (Yayasan Reproduksi Cipta Indonesia) ของอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2552 ยังไม่ได้เริ่มจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ใช้ องค์กร RRO เหล่านี้ เป็นสมาชิกของสมาพันธ์สมาคมสิทธิในการทำซ้ำ

ระหว่างประเทศ หรือ "IFRRO" (The International Federation of Reproduction Rights Organization) ซึ่งจะมีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างกันในการทำหน้าที่จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากการทำซ้ำภายในประเทศให้แก่สมาชิกขององค์กร RRO ต่างประเทศอื่นๆ ด้วย ในอีกเพียงไม่ถึงสองปี ประเทศไทยก็จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 อุตสาหกรรมหนังสือและสิ่งพิมพ์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่หลายประเทศให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสติปัญญาและคุณภาพของผู้คนในสังคม จำเป็นที่จะต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับงานลิขสิทธิ์จากต่างประเทศที่จะหลั่งไหลเข้ามาสู่ตลาดภายในประเทศ และในขณะเดียวกันก็ต้องหากลยุทธ์ในการนำงานลิขสิทธิ์ของไทยไปบุกตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ความท้าทายจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทำให้อุตสาหกรรมหนังสือและสิ่งพิมพ์ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบธุรกิจให้หลากหลายมากขึ้น เช่น การจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บนเว็บไซต์ และการให้บริการบอกรับสมาชิกนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านสมาร์ทโฟน ไอแพด ไอโฟน และแท็บเล็ต เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำซ้ำงานสร้างสรรค์ทำได้ง่าย รวดเร็ว และกว้างขวางยิ่งขึ้น เกินกว่าที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะดูแลบริหารสิทธิได้เอง เจ้าของลิขสิทธิ์จึงเริ่มเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกหรือระบบที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิของตน

อย่างไรก็ดีวันนี้มีคนไทยเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่จะรู้จักกับองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากการทำซ้ำ เช่น ผู้ที่เคยมีประสบการณ์ในการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งเคยเสียค่าลิขสิทธิ์จากการถ่ายเอกสารตำราเรียน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนดังเช่นกรณีลิขสิทธิ์เพลง นอกจากภาครัฐจะต้องเตรียมการในแง่กลไกทางกฎหมายที่จะกำกับดูแลการดำเนินการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ให้โปร่งใสและเป็นธรรมแล้ว ยังจำเป็นต้องเผยแพร่และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้คนในสังคมด้วย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ตระหนักถึงความสำคัญของการมีระบบการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับงานลิขสิทธิ์ประเภทต่างๆ และเห็นถึงความสำคัญของการมีองค์กรจัดเก็บที่สามารถบริหารจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม จึงได้ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ยหนงสือแห่งป(PUBAT) และสมาพันธ์สมาคมสิทธิในการทำซ้ำระหว่างประเทศาคมสทธิในการทำซ้ำระหว่า(International Federation of Reproduction Rights Organization: IFRRO) atioionof ctioion Rights Organization กำหนดจัดสัมมนา เรื่อง การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในยุคดิจิทัล (International Seminar on the Collective Management of Copyright in the Digital Environment) ในวันที่ 22 สิงหาคม 2556 เวลา 09.00-16.50 น. ณ ห้องอินฟินิตี 2 โรงแรมเอทัส ลุมพินี กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่ภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหนังสือและสิ่งพิมพ์ให้มีความรู้ความเข้าใจ

เกี่ยวกับความสำคัญของการบริหารจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมในยุคดิจิทัล และเพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้งานลิขสิทธิ์การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ และการแบ่งปันค่าลิขสิทธิ์ให้แก่สมาชิกองค์กรจัดเก็บ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความร่วมมือในการบริหารจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่อาจมีขึ้นต่อไปในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในงานสัมมนาดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะจัดให้มีบริการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์สำหรับงานวรรณกรรมบริเวณหน้าห้องสัมมนา โดยหากผู้เข้าร่วมงานประสงค์ที่จะแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ โปรดนำเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มาด้วย (สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.ipthailand.go.th)

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงาน สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทรศัพท์ 0-2547-4704